หลายคนอาจรู้จักเพียงแค่ว่าบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนน่าจะใช้ความร้อนเป็นเชื้อเพลิง หรืออาจใช้เชื้อเพลิงที่สามารถสร้างความร้อนได้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่อาจไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนมีอยู่ด้วยกันหลายประเภทด้วย หากใครกำลังศึกษาข้อมูลต้องห้ามพลาด
บริษัทผลิตไฟฟ้าหรือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน คืออะไร
ก่อนอื่นมาไขข้อข้องใจกันก่อนว่าบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนว่า คืออะไร โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน คือ โรงงานที่ใช้พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงที่สามารถทำให้เกิดความร้อนได้ เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมันเตา โดยจะนำความร้อนที่ได้มาใช้ในการต้มน้ำเพื่อให้เกิดไอความดันสูงในการขับกังหันของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีแรงดันและความถี่ตามที่กำหนดไว้
ประเภทของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน
สำหรับบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนหรือโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหลัก ๆ สามารถแบ่งได้ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่
1. โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
หรือก็คือโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้พลังงานความร้อนจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ Fission หรือปฏิกิริยาแตกตัวทางนิวเคลียร์ ทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำที่มีแรงดันสูงคล้ายกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทั่วไป ต่างกันแค่การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง โดยไอน้ำที่ได้จากปฏิกิริยาดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังกังหันไอน้ำที่ต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และผลิตกระแสไฟฟ้าออกมา
2. โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ
หรือก็คือโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดีเซล และความดันสูงจากเครื่องอัดอากาศในการเผาไหม้ ให้เกิดไอความร้อนที่มีความดันและอุณหภูมิสูง เพื่อส่งไปดันกังหันของเพลากังหันที่ต่อกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และผลิตกระแสไฟฟ้าออกมา
3. โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม
หรือก็คือโรงไฟฟ้าที่มีความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าไปพร้อม ๆ กับการผลิตพลังงานความร้อนออกมาได้ด้วย เช่น ไอน้ำ ของเหลวร้อน หรือก๊าซร้อน โดยใช้เชื้อเพลิงจากแหล่งเดียวกัน
4. โรงไฟฟ้าดีเซล
หรือก็คือโรงไฟฟ้าที่มีความสามารถในการผลิตไฟฟ้า โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซลเป็นตัวให้พลังงานกลในการขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า
5. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนกังหันไอน้ำ
หรือก็คือโรงไฟฟ้าที่ใช้กังหันไอน้ำในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมีถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง
สรุปได้ว่าบริษัทผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนระดับหนึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ประเภท แต่โดยหลัก ๆ แล้วไม่ใช่พลังงานสะอาด เพราะส่วนใหญ่ต้องผ่านการเผาไหม้เพื่อให้เกิดไอน้ำและนำไปใช้ในการหมุนกังหันที่ต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าอีกที ถึงแม้มีข้อดีตรงที่มีราคาถูก ต้นทุนในการเดินเครื่องต่ำ และมีกำลังในการผลิตค่อนข้างสูง แต่การผลิตที่ได้มาพร้อมกับมลภาวะและผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมสูงขึ้นตามมาด้วยนั่นเอง
